วันจันทร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

นายกฯ เน้นย้ำ ไทยมุ่งแก้ปัญหาละเมิดสิทธิเสรีภาพจริงจัง

ทำเนียบฯ  12 ก.พ.-  นายกฯ ย้ำ ไทยมุ่งหวังแก้ปัญหาการละเมิดสิทธิเสรีภาพอย่างจริงจัง  คนทำผิดต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม  ระบุ ใครละเมิดกฎหมาย ทำผิดในไทย ต้องส่งตัวกลับไปลงโทษที่ประเทศต้นทาง หวังทุกประเทศจะปฏิบัติเช่นเดียวกับไทย

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดงานประกาศวาระแห่งชาติ “สิทธิมนุษยชนร่วมขับเคลื่อนไทยแลนด์ 4.0 เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน”  พร้อ,ปาฐกถาพิเศษตอนหนึ่งว่า   ยืนยันว่า รัฐบาลไม่ได้ละเลยต่อการดำเนินการด้านสิทธิมนุษยชน แต่ขออย่าอ้างถึงแค่รัฐธรรมนูญ ทั้งที่มีกฎหมายลูกอีกเยอะ ที่อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ จึงขอศึกษาให้เข้าใจ    
นายกรัฐมนตรี  รัฐมุ่งหวังในการลดปัญหา โดยกำหนดเป้าหมายและประเด็นที่ชัดเจน  โดยเฉพาะกระบวนการยุติธรรมและการเมืองการปกครอง ที่ยังมีปัญหา โดยเฉพาะการเมืองกับกฎหมาย ที่ต้องสร้างสมดุลในการไปสู่ประชาธิปไตย แต่ปัญหาอย่างหนึ่งที่สำคัญ คือ ประชาชนไม่เข้าใจกฎหมาย จึงอยากให้นักสิทธิมนุษยชนช่วยสร้างความเข้าใจ โดยเฉพาะประชาชนต้องเข้าใจรัฐธรรมนูญ   และเรียนรู้กฎหมายลูก ที่เป็นแนวทางปฏิบัติให้ทุกคนอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข
“ผมเป็นไม่ได้เป็นผู้นำที่ดีที่สุด แต่ยืนยันมีความตั้งใจในการเข้ามาแก้ปัญหาประเทศ จึงขอให้ทุกคน รวมทั้ง ทูตจากประเทศต่างๆ เข้าใจ และต้องสื่อสานกันทั้ง 2 ทาง  หากพบว่าประเทศไทยมีปัญหาในเรื่องใดก็ขอให้แจ้งมา ซึ่งรัฐบาลพร้อมชี้แจงและตรวจสอบทั้งหมด แต่ที่สำคัญต้องแยกกัน ระหว่างการละเมิดกฎหมายและละเมิดสิทธิ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมา” นายกรัฐมนตรี กล่าว
อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรี  กล่าวว่า  รัฐบาลนี้มุ่งดูแลประชาชนทุกกลุ่ม และขจัดอุปสรรคต่อการแก้ปัญหาด้านสิทธิมนุษยชน  รัฐบาลไม่เคยละเมิดสิทธิมนุษยชนกับใคร ตามที่มีบางกลุ่มพยายามให้ข้อมูล  ทุกคนต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม หากทำผิด  แต่สำหรับบางคน ได้ดำเนินการตามกระบวนยุติธรรมครบถ้วนแล้ว มีบทลงโทษแล้ว ยังเคลื่อนไหวอยู่ในต่างประเทศ 
“เรื่องเหล่านี้จะต้องดำเนินการอย่างไร หลายประเทศมองเป็นเรื่องภายในแต่ละประเทศ แต่ผมมองว่า ประเทศไทยเองก็มีศักดิ์ศรี มีความเป็นมนุษย์  ใครที่ละเมิดกฎหมาย และมาทำผิดในประเทศไทยก็ดำเนินคดี และมีการส่งตัวกลับไปตามกฎหมาย ไปลงโทษที่ประเทศต้นทาง ดังนั้น ทุกประเทศก็น่าจะเคารพในสิ่งเหล่านี้  อย่าให้มีความเคลื่อนไหวของคนที่ทำผิดกฎหมาย  ไทยเคารพกฎหมายของประเทศอื่น ดังนั้น ประเทศอื่นก็ควรเคารพกฎหมายประเทศไทยด้วยเช่นกัน ถึงจะเรียกว่านั่น คือศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของไทย” นายกรัฐมนตรี กล่าว 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกรัฐมนตรีได้เยี่ยมชมนิทรรศการของสมาคมเครือข่ายโกลบอล คอมแพ็ก ประเทศไทย ซึ่งเป็นการรวมตัวของภาคเอกชนด้านสิทธิมนุษยชน  และกล่าวตอนหนึ่งว่า ขณะนี้ยังขาดความเข้าใจในเรื่องของสิทธิมนุษยชน  ความจริงแล้วสิทธิมนุษยชนต้องไม่ละเมิดกฎหมาย และต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ เพื่อนำไปสู่สังคมที่ปรองดอง แต่ขณะนี้ประเทศไทยมี 2 คน ขยับอยู่ต่างประเทศ แต่กลับทำให้คนป่วนไปหมดในประเทศ  ส่วนตัวจึงไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังได้เยี่ยมชมเกมส์ SIM Democracy ซึ่งเป็นเกมส์เมืองประชาธิปไตย ให้ผู้เล่นทอยลูกเต๋า เปิดการ์ด แล้วให้แก้ปัญหาในเรื่องของสิทธิมนุษยชน และประชาธิปไตย  ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ขอให้มีการตั้งกติกาที่จะต้องลดความขัดแย้งและมีธรรมาภิบาลในสังคมด้วย  และกล่าวว่า หากใครทำผิดก็ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ขณะเดียวกัน ได้กล่าวย้ำอีกครั้งว่า “ขยับทีเป็นข่าวไปหมดเดือดร้อนคนทั้งประเทศ”  .- สำนักข่าวไทย        

กกต.จับมือสภาสังฆราชคาทอลิกเผยแพร่ ปชต.

กกต. 12 ก.พ.-  กกต.จับมือสภาสังฆราชคาทอลิกเผยแพร่ประชาธิปไตย รองรับการเลือกตั้ง ด้าน “มุขนายกยอแซฟ ชูศักดิ์” ระบุ ต้องการเห็นประเทศก้าวพ้นวังวนไปสู่ประเทศไทย 4.0 อย่าแท้จริง  

นายประวิช  รัตนเพียร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)  เป็นประธานในการลงนามความร่วมมือ ระหว่าง กกต. กับสภาประมุขแห่งบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย   มี พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา  รักษาการณ์เลขาธิการ กกต. และมุขนายกยอแซฟ ชูศักดิ์ สิริสุทธิ์ เลขาธิการสภาฯ เป็นผู้ลงนาม  โดยเป็นความร่วมมือทางวิชาการ ในการที่ฝึกอบรมสัมมนา พัฒนาเครือข่าย หลักสูตร บุคคลากร เพื่อเสริมสร้างศักยภาพ ด้านการสร้างความรู้ความเข้าใจ  ในการปกครองระบอบประชาธิปไตย และกระบวนการเลือกตั้งทุกระดับ  
นายประวิช กล่าวว่า  ก่อนหน้านี้ได้มีการหารือร่วมกันมาแล้ว และ กกต.เห็นว่า จะต้องมีการเตรียมคนให้มีความพร้อม เพื่อให้การเกิดการเลือกตั้งที่มีคุณภาพ  จึงนำมาสู่การพัฒนาหลักสูตรต่างๆ และลงนามความร่วมมือในครั้งนี้  ซึ่งสภาประมุขแห่งบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทยไม่ได้มีเพียงโรงเรียน 349 โรงเรียน  นักเรียนคาทอลิกอีก 500,000 – 600,000 คน  แต่ยังมีชุมชนคริสตชน กระจายอยู่ทั่วประเทศอีกเป็นล้านคนทั่วประเทศ 
“เครือข่ายดังกล่าวนี้จะเป็นประโชยน์ต่อการพัฒนาประชาธิปไตยเป็นอย่างมาก  และมุขนายกยอแซฟ ชูศักดิ์  ก็มีความตั้งใจที่จะเห็นบ้านเมืองอยู่ด้วยกันด้วยความรักใคร่ และ ประชาธิปไตยมีการพัฒนาที่ก้าวหน้า จึงถือว่าเป็นโชคดีของ กกต.ที่ได้รับความร่วมมือดังกล่าว” นายประวิช กล่าว
ด้าน มุขนายกยอแซฟ ชูศักดิ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาประชาธิปไตยของไทย มีการพัฒนามาแบบลุ่มๆ ดอนๆ  เราต้องการเห็นการพัฒนาที่ดีกว่านี้ ต้องการเห็นการเลือกตั้งครั้งต่อไปมีความบริสุทธิ์โปร่งใส  ได้คนดีมาบริหารประเทศ เราตกอยู่ในกับดักของการเลือกตั้ง แค่เพียงการหย่อนบัตรอย่างเดียวมานาน ทำอย่างไรที่เราจะไปได้มากกว่านี้  
“เราเป็นคาทอลิก แต่เราก็เป็นคนไทย  เรามีวัดอีกหลายร้อยพันวัด ซึ่งอยากให้ กกต.ไปฝึกไปอบรม ครู ก. ครู ข. แล้วไปให้ความรู้กับคนทั่วไป เพื่อที่ประเทศจะได้พ้นวังวนและก้าวไปสู่ประเทศไทย 4.0 อย่างแท้จริง” มุขนายกยอแซฟ ชูศักดิ์ กล่าว .- สำนักข่าวไทย